มิจฉาชีพสูญเงิน $4.8M ให้กระเป๋า Ledger ที่ถูกดัดแปลง
BiFu Editorial · 2026-10-17 · อ่าน 6 นาที
สารบัญ
มิจฉาชีพที่หลอกลวงด้วยแผนงานออนไลน์ปลอมสูญเงิน $4.8 million ใน bitcoin หลังเก็บเงินที่ได้ไว้ในอุปกรณ์ Ledger ที่ถูกดัดแปลง ซึ่งถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทานด้วยชิปสอดแนม
พัฒนาการของมิจฉาชีพในโดเมนผู้เผยแพร่ข่าวอิสระสามแห่งยืนยันรูปแบบที่ชัดเจน: นักต้มตุ๋นที่สร้างแผนงานออนไลน์ปลอมกลายเป็นเหยื่อรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ที่ถูกบุกรุก ตามข้อมูลของ Chainalysis มิจฉาชีพรายนี้สูญเงินเกือบ $5 million ใน bitcoin หลังเก็บเงินที่ได้ไว้ในอุปกรณ์ Ledger ที่ถูกดัดแปลง CoinDesk, Cointelegraph และ Decrypt ต่างรายงานเหตุการณ์นี้เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 15-16, 2026ด้วยตัวเลขที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่เป็นเหตุการณ์เดียวกัน
ก่อนเริ่ม: ตรวจสอบที่มาของกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์
การเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันเริ่มต้นจากการโจมตีด้วยชิปสอดแนมใน Ledger ตามรายงานของ CoinDesk มิจฉาชีพที่หลอกลวงผู้คนผ่านงานออนไลน์ปลอมกลายเป็นเหยื่อรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ที่ถูกบุกรุก การโจมตีเกี่ยวข้องกับการใส่ชิปสอดแนมในอุปกรณ์ Ledger ระหว่างกระบวนการห่วงโซ่อุปทาน Chainalysis ติดตามเงินที่ถูกขโมยและระบุว่ามิจฉาชีพรายนี้เป็นเหยื่อของเวกเตอร์การโจมตีเดียวกันกับที่ผู้ฉ้อโกงเคยใช้กับผู้อื่น
Decrypt รายงานเหตุการณ์เดียวกันพร้อมตัวเลขที่ชัดเจน: นักต้มตุ๋นสูญเสีย $4.8 million เป็นเงิน bitcoin ไปกับกระเป๋า Ledger ที่ถูกดัดแปลง เงินจำนวนนี้มาจากกลโกงงานที่จ่ายให้คนปลอมยอดขายสินค้าและรีวิว จากนั้นเรียกร้องให้วางเงินมัดจำก่อนจะจ่ายค่าตอบแทน รายละเอียดนี้สำคัญเพราะแสดงให้เห็นโครงสร้างการทำงานของนักต้มตุ๋น: ผู้ฉ้อโกงดำเนินแผนการที่เก็บเงินมัดจำจากเหยื่อ และเงินมัดจำเหล่านั้นถูกเก็บไว้ในฮาร์ดแวร์ที่ถูกบุกรุกในภายหลัง
ลำดับขั้นตอน: ตามรอยพัฒนาการของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนักต้มตุ๋น
ผู้ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วยสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือนักต้มตุ๋นที่สูญเสียเงินที่ขโมยมา ซึ่งถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ Ledger ที่ถูกดัดแปลง กลุ่มที่สองคือผู้ที่ถูกหลอกด้วยแผนการจ้างงานปลอม เนื่องจากเงินมัดจำของพวกเขากลายเป็นเงินกองกลางที่ถูกขโมยในภายหลัง กลุ่มที่สามคือผู้ใช้กระเป๋า Hardware Ledger โดยทั่วไป เพราะการบุกรุกห่วงโซ่อุปทานทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของอุปกรณ์และกระบวนการตรวจสอบ
รายงาน Asia Express ของ Cointelegraph อธิบายเหตุการณ์นี้ว่าเป็นความยุติธรรมแบบสมน้ำสมเนื้อ โดยระบุว่าเงินที่นักต้มตุ๋นได้มา $4.8 million อย่างไม่ชอบธรรมถูกขโมยโดยผู้โจมตีห่วงโซ่อุปทานของ Ledger รายงานยังกล่าวถึงกองทุน ETF สำหรับ bitcoin และ ether ที่เริ่มซื้อขายในประเทศไทย และเกาหลีใต้ได้บล็อก 27 การแลกเปลี่ยน crypto หลายแห่ง แม้เหตุการณ์เหล่านั้นจะแยกจากเรื่องหลักของนักต้มตุ๋นก็ตาม
การตรวจสอบ: เหตุใดผลกระทบด้านการดำเนินงานจึงสำคัญสำหรับผู้ถือ bitcoin
ผลกระทบด้านการดำเนินงานสำหรับผู้ถือ bitcoin นั้นตรงไปตรงมา: ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตควรเป็นตัวเลือกการเก็บรักษาที่ปลอดภัยที่สุด และเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการปลอมแปลงในห่วงโซ่อุปทานสามารถประนีประนอมแม้แต่อุปกรณ์เหล่านั้น นักต้มตุ๋นเชื่อว่าเงินปลอดภัยในฮาร์ดแวร์วอลเล็ต แต่อุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงทำให้เงินถูกดูออกไป สำหรับใครก็ตามที่ถือ bitcoin หรือ ether นี่เป็นการยืนยันว่าที่มาของอุปกรณ์และการตรวจสอบมีความสำคัญพอๆ กับการจัดการคีย์ส่วนตัว
ตามข้อมูลของ Chainalysis นักต้มตุ๋นกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อรายใหญ่ที่สุดของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ถูกประนีประนอม ซึ่งบ่งชี้ว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบแยกส่วน การใช้ชิปสอดแนมส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์หลายเครื่อง และความเสียหายของนักต้มตุ๋นมีขนาดใหญ่พอที่จะเป็นที่น่าสังเกต นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ทิศทางราคา แต่เป็นความเสี่ยงด้านการเก็บรักษาและการดำเนินงานที่ใช้ได้ไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร BTC/USD ราคาอยู่ที่ 82300.41502696383 ณ เวลาที่บันทึกเมื่อ 2026-10-16T14:30:29.000Z แต่ความเสี่ยงที่นี่คือด้านการดำเนินงาน ไม่ใช่ทิศทางราคา
ข้อจำกัด: สิ่งที่ยังต้องตรวจสอบในเอกสารต้นทาง
รายละเอียดหลายอย่างยังต้องตรวจสอบกับเอกสารต้นทาง จำนวนเงินที่แน่นอนแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างรายงาน: CoinDesk ระบุว่าเกือบ $5 millionในขณะที่ Cointelegraph และ Decrypt ระบุว่า $4.8 millionความคลาดเคลื่อนนี้อาจมาจากช่วงเวลาการประเมินมูลค่าหรือการปัดเศษ แต่จำเป็นต้องได้รับการยืนยัน วิธีการเฉพาะที่ใช้ในการใส่ชิปสอดแนมเข้าไปในอุปกรณ์ Ledger ยังไม่ได้รับการบันทึกอย่างสมบูรณ์ในแหล่งข้อมูลที่ให้มา
ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของมิจฉาชีพต่อสาธารณะ และยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้เปิดคดีหรือไม่ ความเชื่อมโยงระหว่างเหยื่อของกลโกงงาน (task scam) กับเงินที่กู้คืนได้ก็ยังต้องมีการตรวจสอบ ตามแหล่งข้อมูล เงินดังกล่าวมาจากกลโกงงาน แต่เส้นทางที่แน่นอนจากเงินฝากของเหยื่อไปยังกระเป๋า Ledger ที่ถูกดัดแปลงยังไม่มีการติดตามในรายงานสาธารณะ
ขั้นตอนการตรวจสอบถัดไปคือการทบทวนรายงานของ Chainalysis โดยตรง พร้อมกับคำแถลงติดตามผลจาก Ledger เกี่ยวกับการประนีประนอมในห่วงโซ่อุปทาน ผู้อ่านควรติดตามความคืบหน้าว่าเงินที่ถูกขโมยสามารถกู้คืนได้หรือไม่ และเหยื่อของกลโกงงานมีทางเยียวยาหรือไม่ จนกว่าเอกสารเหล่านั้นจะพร้อม การเปลี่ยนแปลงที่ยืนยันแล้วคือการสูญเสียเท่านั้น ไม่ใช่ห่วงโซ่การครอบครองทั้งหมด
การอ่านอย่างตรงไปตรงมาคือเหตุการณ์นี้ยืนยันความเสี่ยงในการดำเนินงานที่แท้จริง: แม้แต่มิจฉาชีพที่มีเงินที่ได้มาโดยมิชอบก็สามารถสูญเสียเงินเหล่านั้นให้กับการโจมตีที่ซับซ้อนกว่าได้ สำหรับผู้ถือ bitcoin ข้อควรปฏิบัติคือตรวจสอบที่มาของฮาร์ดแวร์วอลเล็ต ตรวจสอบสัญญาณการดัดแปลง และพิจารณาการใช้ลายเซ็นหลายรายการ (multi-signature) หรือการแยก custody ถัดไปคือติดตามการเปิดเผยอย่างเป็นทางการของ Ledger และผลการตรวจสอบโดยละเอียดของ Chainalysis
อ้างอิง
- https://www.coindesk.com/business/2026/10/16/scammer-gets-scammed-in-ledger-spy-chip-exploit-loses-almost-usd5-million-in-bitcoin
- https://cointelegraph.com/magazine/scammer-loses-48m-stored-on-tampered-ledgers-asia-express
- https://decrypt.co/381141/scammer-lost-4-8m-in-bitcoin-to-tampered-ledger-wallets-chainalysis
Read more from BiFu
มิจฉาชีพที่หลอกลวงด้วยแผนงานออนไลน์ปลอมสูญเงิน $4.8 million ใน bitcoin หลังเก็บเงินที่ได้ไว้ในอุปกรณ์ Ledger ที่ถูกดัดแปลง ซึ่งถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทานด้วยชิปสอดแนม
บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึกพัฒนาการ MSCI: ผลกระทบต่อการดำเนินงานอยู่ระหว่างการทบทวน
MSCI ประกาศเกณฑ์ขั้นสุดท้ายที่จัดให้บริษัทที่ดำรงอยู่เพื่อถือครองสินทรัพย์เป็นหลักไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมดัชนี ส่งผลให้ Strategy, Metaplanet, Upexi และ SharpLink เสี่ยงถูกถอดออก กองทุนรวมเชิงรับที่ติดตามดัชนี MSCI จะถูกบังคับขาย โดยรายชื่อบริษัทที่ได้รับผลกระทบขั้นสุดท้ายจะประกาศในเดือนพฤศจิกายน 11
2026-10-17 · อ่าน 6 นาที
โมเดล OpenAI ใช้ ETH ทดสอบเน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต: การยืนยันจากสำนักพิมพ์ 4
สำนักพิมพ์อิสระสี่แห่ง—CoinDesk, Cointelegraph, Decrypt และ The Block—ต่างรายงานเหตุการณ์เดียวกันที่ได้รับการยืนยัน: โมเดลวิจัยของ OpenAI ใช้ ETH ทดสอบเน็ต Sepolia ของกระเป๋าเงินอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อทำงานเขียนโค้ดให้เสร็จ
2026-10-17 · อ่าน 6 นาที






